K-series ทำความรู้จักซีรีส์สายดาร์ก It’s Okay to Not Be Okay

สำหรับซีรีส์เกาหลี หรือ K-series ที่กำลังฮอตฮิตและมาแรงใน Netflix ตอนนี้จะเป็นเรื่องไหนไปไม่ได้นอกจากเรื่อง It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน ซึ่งเป็นงานของ Netflix นั่นเอง ซีรีส์เรื่องนี้ ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับสูงสุดของไทย อยู่หลายสัปดาห์ หากใครที่ติดตามดูซีรีย์ อยู่เป็นประจำ จะทราบดีว่า ทาง Netflix จะอัพโหลดตอนใหม่เป็นประจำทุกสัปดาห์ ให้แฟนซีรีส์ได้รับชมกันอย่างไม่ขาดตอน นอกจากจะติดอันดับ  1 ใน 10 ของเน็ตฟลิกแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังเป็นที่พูดถึงกันทั่วโลกทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว วันนี้แอดมินจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับซีรีส์ฮอตฮิตสายดาร์กเรื่องนี้ จะได้ไม่ตกเทรนด์กัน PGSLOT

K-series

ข้อมูล K-series : It’s Okay to Not Be Okay

ชื่อเรื่อง It’s Okay to Not Be Okay เป็น K-series แนว โรแมนติค ออกแนวแฟนตาซีด้วยนะ มีทั้งหมด 16 ตอน ออกอากาศทางช่อง  tvN  วันที่ออกอากาศ : 20 มิถุนา 2020 – 9 สิงหาคม 2020 และ ออกอากาศ เป็นประทุกสัปดาห์ ในทุกๆวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 21:00 (ตามเวลาเกาหลี) โดยมี EPICWIN นักแสดงนำ คือ คิมซูฮยอน,ซอเยจี,โอจองเซ และถูกสร้างขึ้นโดย พัคชินอู,โจยง

เรื่องย่อ :    เรื่องโรแมนติกที่ไม่ธรรมดาระหว่างคนสองคนที่ลงเอยด้วยการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจและความรู้สึกให้กันและกัน มุนคังแท (คิมซูฮยอน) ทำงานที่แผนกผู้ป่วยจิตเวช โดยหน้าที่ของเขาคือการจดบันทึกสภาพของผู้ป่วย เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น เมื่อผู้ป่วยอาละวาดหรือหลบหนี

          คังแทเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมด้วยสารพัดคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็น หน้าตาอันหล่อเหลา รูปร่างที่ดึงดูด ความเฉลียวฉลาด ความสามารถในการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความอดทน ไปจนถึงปฏิกิริยาการตอบสนองอันฉับไว และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะทำให้เขากลายเป็นหนุ่มในฝันของสาว ๆ ได้ ทว่าชีวิตของเขากลับต้องทุ่มเทให้กับการดูแลเอาใจใส่พี่ชาย มุนซังแท (โอจองเซ) ที่อายุห่างกัน 8 ปี และป่วยเป็นออทิสติก

          แต่แล้วโชคชะตาก็นำพา มุนคังแท มาพบกับหญิงสาวแสนพิเศษ โกมุนยอง (ซอเยจี) นักเขียนวรรณกรรมเยาวชนชื่อดัง ที่มีนิสัยเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองแบบขั้นสุด ทั้งยังเย่อหยิ่งและหยาบคาย ใครกันจะคิดว่าผู้หญิงที่ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรเลยเรื่องความรัก และน่าจะไม่มีวันรู้สึกด้วย จะตกหลุมรักคนธรรมดา ๆ จนหัวปักหัวปำได้

เนื้อเรื่อง It’s Okay to Not Be Okay

โกมุนยองพูดประโยคหนึ่งในซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay ระหว่างสอนการเขียนเทพนิยายในโรงพยาบาลจิตเวชรื่นรมย์ “นิทานไม่ใช่ยากดประสาทที่ช่วยมอบความหวังและความฝัน แต่เป็นยากระตุ้นให้เผชิญกับความจริง”

แปลกแต่จริง ระหว่างที่ดูซีรีส์เรื่องนี้ เรากลับพบความจริงบางอย่างซุกซ่อนในนิทานที่เราต่างเคยรับรู้ และถ้าหากมองมันอย่างพินิจพิเคราะห์อีกที ภายใต้ความสวยงามของตัวการ์ตูน เจ้าหญิง เจ้าชาย ปราสาทแสนสวย เราอาจเห็นซากปรักหักพังและความเจ็บปวดซ่อนอยู่ในนั้น

K-series

It’s Okay to Not Be Okay ซีรีส์ K-series โรแมนติกแฟนตาซีว่าด้วยความแหว่งเว้าของ โกมุนยอง นักเขียนหนังสือเด็กชื่อดัง กับ มุนคังแท เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจิตเวช ที่มีพี่ชายออทิสติก ปมเรื่องที่ผูกโยงตัวละครในซีรีส์เข้าด้วยกันมีความลึกซึ้งและมีน้ำหนักพอที่จะเชื่อ กับการที่คนทั้งคู่ต่างมองเห็นตัวตนภายในของกันและกัน จนกลายเป็นความรักแสนดราม่าที่ต้องใช้เวลาเยียวยาซึ่งกันและกัน

ความน่าสนใจ อีกอย่างคือการที่ทุกอีพีของ It’s Okay to Not Be Okay ตั้งชื่อเป็นนิทาน ทั้งที่เป็นเรื่องดังและนิทานที่โกมุนยองเขียนขึ้นมา อย่างเช่นใน 6 อีพีแรก – อีพี 1 The Boy Who Fed on Nightmares, อีพี 2 The Lady in Red Shoes, อีพี 3 Sleeping Witch, อีพี 4 Zombie Kid, อีพี 5 Rapunzel and the Cursed Castle, อีพี 6 Bluebeard’s Secret โดยในครั้งนี้เราจะมาดูนิทานที่เด็กๆ น่าจะรู้จักกันดีก่อน

K-series

The Red Shoes หรือ รองเท้าแดง นิยายในปี 1845 ผลงานการเขียนของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นักเขียนนิยายสุดคลาสสิก รวมทั้ง เด็กหญิงไม้ขีดไฟ, เงือกน้อย, ไนติงเกล, ลูกเป็ดขี้เหร่ เป็นต้น

เรื่องรองเท้าแดง  คาเร็น เด็กหญิงกำพร้าที่เศรษฐีรับไปเลี้ยง เธอถูกตามใจ เมื่อแม่บุญธรรมซื้อรองเท้าสีแดงมาให้ จนเธอได้ใส่มันไปโบสถ์ (ซึ่งในยุคนั้นความเหมาะสมคือการใส่รองเท้าสีดำ) จนกลายเป็นการเสพติดการใส่รองเท้าแดงคู่นั้นออกไปเต้นรำ ถึงแม้ในวันที่แม่บุญธรรมป่วยและเสียชีวิตไป คาเร็นก็ไม่เคยสนใจ จนนางฟ้าปรากฏตัวและสาปให้รองเท้าสีแดงเต้นรำไม่หยุด จนถึงจุดจบของคาเร็นที่แสนเศร้าและโหดร้าย

ถ้าหากใช้กรอบการสอนของโกมุนยอง K-series เรืองนี้ เราอาจมองเห็นการจัดระเบียบสังคมจากนิทานเรื่องนี้ การทำตามจารีตประเพณี การเป็นคนดีมีคุณธรรม คือสิ่งที่ได้รับการยอมรับ เพราะหากไม่ทำตามจะถูกลงโทษ

“ในที่สุดฉันก็ได้พบรองเท้าสีแดงของฉันแล้ว” โกมุนยองพูดขึ้นมาหลังจากได้พบ มุนคังแท เธอเปรียบเขาเป็นสิ่งของที่อยากได้และต้องการมาตลอด ซึ่งในความหมายจริงคือความอบอุ่นที่เธอโหยหามาโดยตลอด และเมื่อได้รับมาแล้ว มันคือสิ่งที่เธอจะไม่ปล่อยไป

ราพันเซล เทพนิยาย เด็กหญิงราพันเซลที่อยู่ในการเลี้ยงดูของแม่มด เมื่อเติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวยมีผมสีทองยาว แม่มดจึงจับเธอขังไว้บนหอคอยกลางป่าที่มีเพียงหน้าต่างบานหนึ่งที่ราพันเซลจะโยนผมเปียยาวลงมาให้แม่มดปีนขึ้นไปหา จนกระทั่งเจ้าชายรูปงามได้ผ่านมาพบหอคอยหลังนี้เข้า

สิ่งที่เราเรียนรู้จากนิทานเรื่องนี้มีมากมายหลายมุม แต่อย่างหนึ่งคือข้อควรระวังในการเลี้ยงดูเด็กเล็กที่ถูกปกป้องจากโลกภายนอก อย่างเช่นราพันเซลที่ไม่มีประสบการณ์ชีวิตนอกจากห้องเล็กๆ บนหอคอย เธออาจถูกโปรแกรมมาอย่างผิดพลาด เพราะไม่มีใครมาบอกว่าสิ่งที่ถูกต้องหรือพึงกระทำคืออะไร เช่นเดียวกับโกมุนยองที่เติบโตมาอย่างบิดเบี้ยว และเฝ้ารอวันที่จะมีใครสักคนมาช่วยเหลือ

บลูเบรด ปรากฏในอีพีที่ 6 ซึ่งทางผู้กำกับได้ใส่นิทานสั้นไว้ต่อท้ายเครดิตจบด้วย

คติสอนใจจากนิทานเรื่องนี้คือความอยากรู้อยากเห็น ความซื่อสัตย์ และรักษาสัญญา เพราะตามประวัติของเคราสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นของการฆาตกรรมก็เพราะต้องการพิสูจน์ว่าผู้หญิงที่มาเป็นภรรยานั้นรักษาสัญญากับเขาได้แค่ไหน PG SLOT

“นิทานคือโลกแฟนตาซีที่แสนโหดร้าย ที่วาดให้ขัดกับความป่าเถื่อนรุนแรงของโลกความเป็นจริง” โกมุนยองเริ่มต้นการสอนคลาสเทพนิยายในแบบของเธอ ทั้งยังแสดงให้เห็นแง่มุมที่แตกต่างจากความเข้าใจของผู้คนทั่วไปเกี่ยวกับนิยายเรื่องนั้นๆ “คติสอนใจของนิทานเจ้าหญิงเงือกน้อยคือ ถ้าหมายตาชายที่มีคู่หมั้นแล้ว จะได้รับโทษจากสวรรค์… ลูกเป็ดขี้เหร่ เลี้ยงลูกคนอื่นเสียเวลาเปล่า เลี้ยงลูกตัวเองให้ดีเถอะ”

โกมุนยองทำให้เทพนิยายที่เป็นความหวัง-ความฝันเกี่ยวกับเจ้าชายเจ้าหญิงและชีวิตแสนสวยงามยืนอยู่บนพื้นฐานความจริง เพราะเรื่องราวแฮปปี้เอนดิ้งคงไม่ได้เกิดขึ้นกับชีวิตใครง่ายๆ ถ้าหากอยากได้มันมาก็ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง “นิทานไม่ใช่ยากดประสาทที่ช่วยมอบความหวังและความฝัน แต่เป็นยากระตุ้นให้เผชิญความจริง”

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย หลังจากอ่านบทความแล้วได้เห็นถึงความน่าสนใจของ K-series ซีรีส์เรื่องนี้กันแล้วเนอะ สามารถติดตามดูโกมุนยองกับมุนคังแทได้ที่เน็ตฟลิกได้เลย

ดู PG SLOT เกม สล็อต ออนไลน์ เพิ่มเติมได้ที่ SLOT

Line QR Code PG SLOT